สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของภูมิภาคโทโฮคุช่วงฤดูหนาว

ภูมิภาคโทโฮคุ(Tohoku)คือภูมิภาคที่อยู่ทางเหนือของเกาะฮอนชู (Honshu)ถัดลงมาจากฮอกไกโดของญี่ปุ่น มีอากาศเย็นสบายตลอดปี โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะมีอากาศหนาวจัดและมีหิมะลงปกคลุมไปทั่วทุกหนแห่ง คุณจะได้สนุกสนานไปกับสถานที่ท่องเที่ยวอันมีเอกลักษณ์ และได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมมากมายที่หาได้แค่เฉพาะภูมิภาคแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการแช่บ่อน้ำร้อนออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่นท่ามกลางหิมะ การขึ้นกระเช้าไปชมปีศาจหิมะชื่อดังระดับโลก การเยี่ยมชมหมู่บ้านโบราณ และการผ่อนคลายไปกับธรรมชาติที่โอบล้อมในขณะนั่งเรือโคทัตสึ ทั้งหมดนี้คุณสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายเพียงใช้ JR EAST สุดคุ้ม รับรอบว่าคุณจะได้รับความประทับใจกันอย่างครบรสเลยทีเดียว

กินซังออนเซ็น จังหวัดยามากาตะ (Ginzan Onsen)
กินซังออนเซ็นเป็นหมู่บ้านออนเซ็นที่ตั้งอยู่บนภูเขาในจังหวัดยามากาตะ (Yamagata) เป็นที่รู้จักกันในฐานะของหนึ่งในหมู่บ้านออนเซ็นที่สวยงามที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากมีเรียวกังเก่าแก่ และอาคารบ้านเรือนแบบดั้งเดิมตั้งเรียงรายอยู่ริมแม่น้ำกินซังทั้งสองฝั่ง อาคารเหล่านี้สร้างขึ้นด้วยไม้และผนังปูนสีขาว สีของไม้และปูนขาวตัดกันอย่างสวยงาม ทำให้ได้บรรยากาศย้อนยุคชวนให้คิดถึงกลิ่นอายในอดีต นอกจากนี้ ที่นี่ยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำซีรี่ส์ชื่อดังอย่างเรื่องโอชินอีกด้วย จึงเหมาะสำหรับคนที่อยากมาสัมผัสบรรยากาศสมัยเก่ายิ่งนัก หากคุณมาท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวคุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศโรแมนติกจากแสงไฟของตะเกียงที่ประดับประดาอยู่ทั่วบริเวณออนเซ็น หลังจากแช่ออนเซ็นเพื่อผ่อนคลายแล้ว คุณจะได้อิ่มอร่อยกับอาหารหม้อไฟที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นอีกด้วย

・วิธีการเดินทางโดยรถไฟ JR EAST :

จากสถานีโตเกียว นั่งรถไฟ JR Yamagata Shinkansen ไปยังสถานี Oishida ใช้เวลาประมาณ 200 นาที จากนั้นนั่งรถบัสต่อไปยัง Ginzan Onsen ใช้เวลาประมาณ 35 นาที

นิวโตออนเซ็น จังหวัดอาคิตะ
นิวโตออนเซ็นคือหมู่บ้านออนเซ็นตั้งอยู่บริเวณเชิงเขานิวโตในอุทยานแห่งชาติโทวาดะ-ฮะจิมันไต ประกอบด้วยออนเซ็น 7 แห่ง แต่ละแห่งมีแหล่งกำเนิดและคุณสมบัติของน้ำแร่ต่างกันไป ว่ากันว่าหากแช่ออนเซ็นครบทั้ง 7 แห่งนี้จะสามารถรักษาได้สารพัดโรคเลยทีเดียว โดยเฉพาะออนเซ็นที่พลาดไม่ได้เลยคือ“ทซึรุโนะยุ” เพราะเก่าแก่ที่สุดในบรรดาออนเซ็นทั้ง 7 แห่ง

ทซึรุโนะยุออนเซ็นเป็นออนเซ็นที่มีอายุนาวนานกว่า 400 ปี เคยเป็นออนเซ็นที่ขุนนางผู้มีชื่อเสียงสมัยก่อนใช้รักษาตัว ได้ชื่อมาจากการที่นายพรานเห็นนกกระเรียน “Tsuru” มารักษาบาดแผลในออนเซ็นแห่งนี้ ความพิเศษของออนเซ็นแห่งนี้คือมี”ฮอนจิน” ซึ่งเป็นบ้านมุงหลังคาแบบญี่ปุ่นของซามุไรสมัยก่อน หลงเหลือให้เราได้เข้าพักและสัมผัสกับบรรยากาศย้อนยุคอีกด้วย

・วิธีการเดินทางโดยรถไฟ JR EAST :

จากสถานีโตเกียว นั่งรถไฟชินคันเซ็น Akita Shinkansen มาลงที่สถานี JR Tazawako ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง แล้วนั่งรถบัส Ugo kotsu มุ่งหน้าไปยังนิวโตออนเซ็น ลงป้ายสุดท้าย Nyuto Ganiba Onsen ใช้เวลาประมาณ 45 นาที

ปีศาจหิมะแห่งซาโอะ จังหวัดมายากาตะ
ตื่นตาตื่นใจกับการชมปีศาจหิมะบนภูเขาซาโอะในจังหวัดยามากาตะ ปีศาจหิมะ หรือ Snow Monster เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ก้อนน้ำแข็งจะพัดมาเกาะติดกับต้นไม้จนมีรูปร่างคล้ายกับปีศาจ ซึ่งภูเขาซาโอะแห่งนี้นับเป็นหนึ่งในบริเวณที่มีปีศาจหิมะจำนวนมากที่สุดในโลก และยังได้ชื่อว่ามีความงดงามราวกับเป็นผลงานศิลปะชิ้นเอก คุณสามารถชื่นชมศิลปะผืนนี้แบบพาโนรามาได้ระหว่างนั่งกระเช้าขึ้นไปบนยอดเขาที่มีกิจกรรมในฤดูหนาวให้ทำอีกมากมาย ทั้งสกี สโนว์บอร์ด และเดินป่า หากอยู่ต่อถึงช่วงค่ำคุณจะได้นั่งรถตะลุยหิมะเพื่อเข้าไปชมการจัดแสงไฟ “ไลท์อัพ” ทำให้ได้บรรยากาศโรแมนติกอีกด้วย

・วิธีการเดินทางโดยรถไฟ JR EAST :

จากสถานีโตเกียว นั่งรถไฟชินคันเซ็น Yamagata Shinkansen มาลงที่สถานียามากาตะ (Yamagata Station) ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที แล้วนั่งรถบัสมุ่งหน้าไปยังสถานีซาโอะซันโรกุ (Zao Sanroku Station) ใช้เวลาประมาณ 45 นาที จากนั้นขึ้นกระเช้ามาลงที่สถานีจุเฮียวโคเก็น (Juhyokogen Station) ต่อด้วยสาย Sancho ไปยังสถานียอดเขา Zao Sancho

ล่องเรือในแม่น้ำโมกามิ จังหวัดยามากาตะ
แม่น้ำโมกะมิ เป็นแม่น้ำสายสำคัญในจังหวัดยามากาตะ ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสามของแม่น้ำที่เชี่ยวกรากที่สุดของญี่ปุ่น มีชื่อเสียงมาจากบทกลอนของนักกวีชื่อดัง มัตสึโอะ บะโช ที่เขียนบรรยายประสบการณ์การล่องเรือไปตามสายน้ำอันเชี่ยวกรากแห่งนี้ หากคุณมาล่องเรือในฤดูหนาว ช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ คุณจะได้ชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของหิมะที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณเป็นสีขาวโพลน ทำให้ได้ผ่อนคลายกับบรรยากาศแสนสงบ จุดเด่นของการล่องเรือในช่วงฤดูหนาว คือ คุณจะได้ล่อง “เรือโคทัตสึ” ซึ่งเป็นเรือที่มีโต๊ะที่ติดตั้งเครื่องทำความร้อนไว้ใต้โต๊ะ แล้วนำผ้าห่มมาคลุม เพื่อให้ความอบอุ่นร่างกายตามวิถีคนญี่ปุ่น ในระหว่างที่ล่องเรือ ก็จะได้ฟัง “เพลงเรือ” ที่ขับร้องด้วยเสียงอันไพเราะคนขับเรือ นอกจากจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพแล้ว คุณยังจะได้สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นอีกด้วย

・วิธีการเดินทางโดยรถไฟ JR EAST :

จากสถานีโตเกียว นั่งรถไฟชินคันเซ็น Yamagata Shinkansen มาลงที่สถานีชินโจ (Shinjo Station) ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 40 นาที จากนั้นนั่งรถไฟสายริคูเวสต์ (Rikuu West Line) มาลงที่สถานีฟุรุคุจิ (Furukuchi Station) เดินเท้าต่ออีกประมาณ 5 นาที

หมู่บ้านโบราณ โออุจิ-จุคุ จังหวัดฟุกุชิมะ
โออุจิ-จุคุ เป็นหมู่บ้านโบราณ อยู่ในจังหวัดฟุกุชิมะ นับเป็นจุดแวะพักระหว่างทางที่เจริญรุ่งเรืองมากในสมัยเอโดะ เชื่อมระหว่างเมืองไอสึวากามัตสึ (Aizu-Wakamatsu) และเมืองนิโกะอิมะ (Nikko Ima) ในปีพ. ศ. 2524 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์สิ่งปลูกสร้างอันทรงคุณค่าของชาติ เนื่องจากยังคงหลงเหลือบ้านหลังคามุงจากแบบญี่ปุ่นโบราณเรียงรายอย่างสวยงามจนถึงปัจจุบัน ซึ่งการที่หมู่บ้านสามารถคงความเป็นเอกลักษณ์อยู่ได้นั้น เกิดจากความร่วมมือของผู้คนในชุมชนที่ช่วยกันรักษากฎเหล็ก 3 ข้อ คือ “ห้ามขาย, ห้ามให้ยืม, และห้ามทำลาย” บ้านมุงหลังคาจากแต่ละหลังจึงกลายเป็นที่พักอาศัย ร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึก จนจึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมปัจจุบัน

・วิธีการเดินทางโดยรถไฟ JR EAST :

จากสถานีโตเกียวนั่งรถไฟ Tohoku Shinkansen ไปยังสถานีโคริยามะ (Koriyama)ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที จากนั้นเปลี่ยนเป็นรถไฟสาย Ban-Etsusai และนั่งไปยังสถานีไอสึวาคามัตสึ (Aizu Wakamatsu) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที จากสถานี JR ไอสึวาคามัตสึ นั่งรถไฟไอสึเท็ตสึประมาณ 30 นาที ลงที่สถานียุโนะคามิออนเซ็น แล้วขึ้นรถประจำทางหรือรถแท็กซี่ต่อ 10 นาที

บริษัท JR East ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ทุกคนสามารถโดยสารรถไฟได้อย่างสบายใจ เมื่อถึงเวลาที่สามารถกลับมาเที่ยวญี่ปุ่นได้อีกครั้ง ทุกคนจะได้เพลิดเพลินไปกับการท่องเที่ยวด้วยรถไฟชินคันเซ็นในภูมิภาคโทโฮคุได้อย่างปลอดภัยและสบายใจ รวมถึงได้สัมผัสความน่าหลงไหลของรถไฟของญี่ปุ่นอีกด้วย ทีมงานทุกคนพร้อมต้อนรับคนไทยเสมอ และรอคอยวันที่จะได้ให้บริการทุกคนอีกครั้ง