ทรัมป์ลงพื้นที่หาเสียงครั้งแรก หลังหายป่วยจากโควิด-19

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จัดการปราศรัยหาเสียงที่รัฐฟลอริดา ถือเป็นการปรากฏตัวท่ามกลางฝูงชนจำนวนมากครั้งแรกของผู้นำสหรัฐ ซึ่งล้มป่วยด้วยโรคโควิด-19 เมื่อช่วงต้นเดือนนี้ และได้รับการยืนยันว่า “หายดี” ภายในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองแซนฟอร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางไปยังเมืองแซนฟอร์ด ในรัฐฟลอริดา ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มแบตเทิลกราวด์ของการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐ เมื่อวันจันทร์ โดยถือเป็นการลงพื้นที่หาเสียงอย่างเป็นทางการครั้งแรกของทรัมป์ นับตั้งแต่ต้องเก็บตัว เนื่องจากล้มป่วยด้วยโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา
 
ทั้งนี้ เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนการลงพื้นที่ ทำเนียบขาวเผยแพร่แถลงการณ์ของร.ต.นพ.ฌอน คอนลีย์ หัวหน้าคณะแพทย์ประจำทำเนียบขาว ยืนยันผู้นำสหรัฐเข้ารับการตรวจคัดกรอง และผลเป็นลบ “ติดต่อกันหลายวัน” โดยร.ต.นพ.คอนลีย์ยืนยันเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาด้วยว่า ผู้นำสหรัฐ “ไม่เป็นพาหะอีกต่อไป”

ขณะที่ทรัมป์กล่าวท่ามกลางกลุ่มผู้สนับสนุนซึ่งยืนเบียดเสียดกัน และแทบไม่มีใครสวมหน้ากากอนามัย ยืนยันว่าตัวเอง “มีภูมิคุ้มกัน” จากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แม้หลายฝ่ายยังคงสงสัยในประเด็นดังกล่าว และทวิตเตอร์ติดแถบคำเตือนการทวีตลักษณะนี้ของผู้นำสหรัฐ ว่าสุ่มเสี่ยงทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน

อย่างไรก็ตาม นพ.แอนโธนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคติดต่อและโรคภูมิแพ้แห่งชาติ ( เอ็นไอเอช ) กล่าวว่า “มีความเป็นไปได้มาก” ที่ผู้ซึ่งหายป่วยจากโรคโควิด-19 จะมีภูมิคุ้มกัน “ในช่วงเวลาหนึ่ง” แต่ในเวลาเดียวกันมีผู้ที่เคยติดเชื้อแล้วจำนวนไม่น้อยกลับมาติดเชื้อซ้ำอีก และแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน ต่อการที่ผู้นำสหรัฐลงพื้นที่รัฐฟลอริดา ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่มีอัตราการติดเชื้อสูงสุดในประเทศ
 
ในวันเดียวกัน นายโจ ไบเดน คู่แข่งของทรัมป์ ซึ่งมีคะแนนนิยมนำโด่งในผลการสำรวจของโพลแทบทุกสำนัก ลงพื้นที่เสียงที่เมืองโทเลโด ในรัฐโอไฮโอ ที่เป็นหนึ่งในแบตเทิลกราวด์เช่นกัน แม้มีผู้เข้าร่วมงานบางตากว่ามาก แต่เป็นไปตามมาตรการควบคุมโรคของทีมงานไบเดน ซึ่งครั้งนี้ใช้วิธีจัดงานแบบไดรฟ์อิน  โดยอดีตรองผู้นำสหรัฐ 2 สมัยยังคงกล่าวโจมตีประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ว่าเจตนาเพิกเฉยต่ออันตรายของโรค ทั้งที่ “ทราบดีแล้ว” หลังติดเชื้อด้วยตัวเอง